Story Of My Mind.

posted on 01 Jun 2014 12:01 by philophobia1996
- ขณะที่ฉันกำลังเขียนเอนทรี่นี้อยู่ ฉันกำลังนั่งอยู่หน้าโน๊ตบุ๊คตัวเก่าๆ กากๆ มีอายุมากว่า 10 ปี ซึ่งเป็นของตกทอดมาแล้วหลายรุ่นต่อหลายรุ่น และที่สำคัญคือฉันกำลังอยู่กับหลานวัย 1 ปี 5 เดือน ที่ยังไม่ยอมหลับและซนมาก... -
 
โอเค เข้าเรื่องเถอะ ฉันเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมาเพราะว่าฉันอยากจะมีอะไรสักอย่างที่สามารถจะเก็บความทรงจำของฉันไว้ เวลาไหนที่ฉันลืมเรื่องราวนั้นไป ฉันก็อยากจะกลับมาอ่านและคิดถึงมันอีกครั้ง .. แต่ถามว่าทำไมฉันไม่เขียนเป็นไดอารี่น่ะเหรอ ก็เพราะว่าฉันยังหาเล่มที่ถูกใจไม่ได้ไง อีกอย่างฉันว่าฉันขี้เกียจเขียนด้วยแหละ 5555
ฉันเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่จริงเป็นผู้ใหญ่แล้วด้วยซ้ำ แต่ฉันเป็นคนชอบสต็อปเวลาและทุกๆสิ่งรอบข้างเอาไว้ ฉันชอบคิดว่าตัวเองยังเป็นเด็กอยู่เสมอ ทั้งที่ความจริง เฮ้ย แกโตแล้วนะเว้ย แต่ก็นั่นแหละ ตอนเป็นเด็กโลกมันน่าอยู่ ดูสดใสกว่าตอนเป็นผู้ใหญ่นี่นา ฉันโตมากับตากับแม่(ที่ไม่ค่อยอยู่บ้าน)ที่เลี้ยงฉันมา ที่จริงโตด้วยเองมากกว่า.. ฉันอยู่รร.แห่งหนึ่งในอำเภอเมืองเชียงใหม่ รร.ที่ฉันอยู่นั้นไม่ได้มีชื่อเสียงอะไร บอกชื่อไปต่อให้ไปเสิร์ชหาคงไม่เจอ เพราะตอนนี้รร.แห่งนั้นคงปิดไปแล้ว ฉันย้ายเข้ามาเรียนรร.ใกล้บ้านตอนป.2 เป็นรร.เทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่อีกเช่นกัน ตอนฉันย้ายมาเรียนที่รร.นี้ ฉันได้พบกับมิตรภาพใหม่ๆเยอะแยะและทำให้ฉันเป็นเด็กติดเกมส์ด้วย แต่มันไม่ได้เกี่ยวกับที่ฉันย้ายรร.ใหม่หรอก มันเป็นเพราะตัวฉันเองมากกว่า แถวบ้านฉันตอนนั้นมีร้านเกมส์เปิดอยู่ ถ้าในยุคนั้นจะเป็นเกมส์เพลย์มากกว่า ฉันเริ่มติดเกมส์ตั้งแต่ ป.2 มีเงินเท่าไหร่ ก็เข้าร้านเกมส์ตลอด บอกแม่ว่าขอเงิน 10 บาทจะเอาไปซื้อขนมแต่ความจริงก็เอาไปเข้าร้านเกมส์ (เป็นเด็กที่ดีจริงๆ) เวลาผ่านไป ร้านเกมส์เพลย์ก็เจ๊ง -0- ถามว่าฉันเสียใจมั้ยที่ไม่ได้เล่นเกมส์แล้ว ตอบเลยนะว่าไม่เพราะว่าคูหาข้างๆ เค้าก็เปิดร้านเกมส์ใหม่ขึ้นมาทันที ที่จริงคงนานแล้ว แต่ไม่รู้สิ ฉันจำไม่ได้แล้ว นั่นแหละ ร้านเกมส์ข้างๆ ไม่ใช่ร้านเกมส์เพลย์เหมือนที่ฉันเคยเล่น แต่กลับเป็นร้านเกมส์คอมพิวเตอร์มากกว่า และก็เหมือนเดิม ฉันก็ยังเป็นเด็กติดเกมส์อยู่เหมือนเดิม เพียงแต่เปลี่ยนเป็นติดเกมส์คอมพิวเตอร์แทน ฉันมีเพื่อนที่ติดเกมส์เหมือนฉันด้วยแหละ(เหมือนภูมิใจ 555) เป็นเด็กแถวๆบ้านฉัน และก็เป็นเพื่อนที่รร. ที่บ้านใกล้ร้านเกมส์ ฉันไปที่ร้านทุกวัน ทุกเทศกาล จนฉันสนิทกับเจ้าของร้าน จนฉันเริ่มเป็นคนที่ไม่เข้าสังคม เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง วันเด็กทุกปี เด็กๆคนอื่นเค้าไปเที่ยวกับที่บ้าน ไปงานวันเด็กกันแต่ฉันนั่งอยู่ร้านเกมส์ สงกรานต์ เค้าไปเล่นน้ำกัน แต่ฉันอยู่ร้านเกมส์ ถามว่าบ้านฉันมีฐานนะเหรอถึงได้ไปร้านเกมส์ทุกวัน ใช่บ้านฉันมีฐานะ แต่ฐานะยากจนนะ 555 เพราะตอนนั้นร้านเกมส์มันแค่ชั่วโมงละ 10 บาทเองนี่นา แต่ตอนนี้เท่าไหร่แล้วนะ ไม่ได้เข้าซะนานแล้ว นั่นแหละ ฉันก็เป็นเด็กติดเกมส์ตั้งแต่เล็กๆ ทำให้พื้นฐานทางด้านคอมพิวเตอร์ ฉันก็มีเยอะอยู่พอตัว อิอิ ถามว่าพ่อ แม่ ฉันท่านไม่ว่าเหรอบอกเลยว่า ก็มีแต่ตานั้นแหละที่ว่า เวลาขอเงินไปเล่นเกมส์ แต่สุดท้ายท่านก็ให้อยู่ดี ไม่รู้จะด่าทำไม - -' สงสัยล่ะสิว่าพ่อกับแม่ฉันทำไมไม่ค่อยสนใจฉันเท่าไหร่ ฉันจะเล่าให้ฟัง..
 
พ่อของฉันเค้าอยู่ห้องกรงตั้งแต่ฉันยังเล็กๆด้วย คดียาเสพติด ทำให้ฉันไม่ค่อยได้อยู่กับท่านสักเท่าไหร่ พอพ่อฉันพ้นโทษออกมาตอนที่ฉันอยู่ ม.2 ไม่ก็ ม.1 นี่แหละ เอ๊ะ หรือ ป.6 นะ ?? เออ ช่วงเวลาประมาณนี่แหละ ท่านดีกับฉันมาก ท่านซื้อคอมพิวเตอร์ให้ฉันด้วยเครื่องนึงเพื่อจะให้ฉันอยู่บ้านไม่ต้องออกไปเล่นเกมส์ข้างนอกอีกแต่ด้วยความที่ไม่มีอินเตอร์เน็ต ทำให้ฉันก็ยังไปร้านเกมส์อีกอยู่ดี ฉันขอให้พ่อต่อเน็ตให้แล้ว แต่ท่านก็ปฏิเสธ ไม่รู้ทำไม ท่านเคยเอาไม้ไปไล่ตีฉันให้กลับบ้านด้วยครั้งนึง แต่วันต่อไปฉันก็ไปอีกอยู่ดี ฉันรักพ่อของฉันมาก แต่ฉันไม่เคยบอกรักพ่อเลยสักครั้ง ไม่เคยเขียนการ์ดวันพ่อให้ท่านด้วย พ่อฉันพ้นโทษมาอยู่กับฉันได้ไม่นาน ท่านก็จากฉันไปด้วยการฆ่าตัวตาย ฉันไม่รู้ความคิดของท่านตอนนั้นหรอกว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สิ่งที่ฉันคิดตลอดมาก็คือฉันคงมีส่วนที่ทำให้ท่านฆ่าตัวตายด้วยแหละ เพราะฉันก็ดื้อกับท่านเหมือนกัน Tongue out
ส่วนแม่ แม่เป็นผู้หญิงคนนึงที่มีโรคประจำตัว เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ ฉันมักจะเห็นยาเป็นแผงๆของแม่บ่อยๆ แต่ฉันกลับไม่เคยเห็นแม่จะกินสักครั้ง แม่ฉันเป็นคนที่ติดการพนัน(มาก) วันไหนที่แม่ฉันอยู่บ้าน นั่นคือวันที่แม่ฉันไม่มีเงินไปเล่นนั่นเอง แต่วันไหนที่แม่ไม่อยู่บ้านแต่อันรู้กัน นี่คือเหตุผลว่าทำไมฉันไม่สนิทกับแม่หรือกับพ่อเลย เพราะฉันไม่ได้อยู่กับท่านตลอดเวลา ที่อยู่ก็อยู่กับตา แต่ฉันมีอะไรก็จะเล่าให้เพื่อนฟังมากกว่าไม่ได้คุยกับตา ไม่ได้คุยกับคนในครอบครัวเลย และแน่นอนฉันไม่เคยบอกรักแม่เช่นกัน กอดก็แทบจะไม่เคย แม่ฉันตายหลังจากพ่อตายไปได้ประมาณ 1-2 ปีนี่แหละ ฉันจำได้ดีเลย ตอนนั้นท่านกำลังป่วย หนักรึเปล่าไม่รู้เพราะฉันไม่ได้สนใจ(เป็นลูกที่ดีจริงๆนะเนี่ย)วันที่แม่ตาย ก่อนไปรร.ฉันเดินเข้าไปหาท่านในห้องเพื่อจะขอเงินไปรร. ฉันพูดกับแม่ว่าขอเงินหน่อยจะเอาไปรร. ตอนนั้นท่านมัวแต่ไอ ไอรุนแรงมาก ฉันรออยู่ครู่นึงท่านก็ยังไม่หยุดไอ ด้วยความรำคาญก็เลยบอกว่าไม่เอาก็ได้(ด้วยน้ำเสียงรำคาญ)แล้วก็เดินออกจากห้องไปขอเงินที่ตาแทนแล้วไปรร. เวลา 8 นาฬิกา หลังจากฉันเข้าแถวหน้าเสาธงเสร็จ ตาฉันเดินจากบ้านมาบอกฉันว่า แม่ ฉันเสียแล้ว ห๊ะ !? อะไรนะ ทำไมมันรวดเร็วงี้ เมื่อกี้ยังเข้าไปขอเงินแม่อยู่ ยังพูดไม่ดีกลับแม่อยู่ ตอนนั้นฉันช็อกมาก แต่อาการที่แสดงออกไป ไม่ได้เหมือนคนที่ช็อกแต่อย่างใด ฉันยังคงยิ้มร่าเริงอยู่ ตอนนั้นฉันไม่รู้สึกเสียใจมากมายอย่างที่ควรจะเป็น ตกเย็นหลังเลิกเรียนฉันก็ยังคงไปร้านเกมส์ตามปกติเหมือนที่เคยทำทุกวัน ใช้ชีวิตปกติเหมือนที่เคยเป็น แต่ที่แปลกไปก็คือมีผู้ชายคนนึงซึ่งเป็นลุงของฉันมาตามที่ร้านเกมส์ แล้วด่าฉันว่า 'เฮ้ย แม่มึงตายแล้วยังมาเล่นเกมส์อีกเหรอวะ' ตอนนั้นความรู้สึกของฉันคือรำคาญ ฉันจำใจต้องออกจากร้านเกมส์และไปงานศพแม่ เชื่อมั้ยว่าตอนพ่อกับแม่ฉันตาย ฉันไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นสักครั้ง จนโดนว่าว่าไม่รักพ่อกับแม่ พ่อแม่เสียยังไม่ร้องไห้ แต่ใครจะรู้ ตอนที่พ่อฉันเสีย ฉันแอบร้องไห้ก่อนนอน 3 วันติดกัน แต่ตอนแม่เสียนี่ไม่ได้ร้องนะ Foot in mouth เอ้อ ลืมบอกไป ฉันมีน้องชายหนึ่งคนนะ แต่ตอนนี้นางเป็นตุ๊ดเป็นกะเทยไปแล้วล่ะ - - แต่ช่างนางเหอะ ฉันกับน้องเถียงกัน ด่ากันแทบจะตลอดเวลา ตอนเด็กๆมีคนถามว่าฉันรักมันมั้ย ฉันตอบทันควันเลยว่าไม่ แต่ถ้าถามตอนนี้ล่ะ ฉันคงต้องขอเวลาคิดสักพักแหละ  Cool
 
ตอนนี้ฉันอาศัยอยู่กับพี่สาวคนละแม่(พ่อมีเมียหลายคน)ละก็หลานอีก 2 คน คนโตอายุห่างจากน้องฉันเพียง 1 ปี ส่วนคนแหละ ก็อายุ 1 ปี 5 เดือนนี่แหละ ตอนนี้เพิ่งรู้ตัวเองว่ารักพ่อกับแม่มากแค่ไหน ฉันอิจฉาคนที่ยังมีพ่อแม่อยู่ตอนนี้มาก บางครั้งฉันท้อ สิ้นหวัง ฉันก็อยากจะโทรไปหาพ่อหรือแม่เหมือนที่หลายๆคนทำ แต่ฉันไม่มีโอกาสนั้นแล้ว อ้อ ฉันไม่มีโอกาสได้ขอโทษแม่แล้วด้วย ที่พูดไม่ดีกับท่านวันนั้น ทุกวันนี้เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันฝันถึงพ่อหรือแม่ ฉันจะสะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้ด้วยความเสียใจทุกครั้ง เมื่อก่อนฉันเคยคิดนะว่าชาติหน้ามีจริงขออย่าให้ฉันเกิดมาในครอบครัวนี้อีก แต่ตอนนี้ความคิดมันเปลี่ยนไปแล้วล่ะ ถ้าชาติหน้ามีจริงขอเกิดมาเป็นลูกของพ่อกับแม่อีกนะคะ 
 
ขอบคุณ  Money mouth
 
ป.ล.วันนี้พอแค่นี้ก่อน เพ้อเยอะมาก ยังมีเรื่องอีกมากมายอยากจะเขียนลงไดอารี่เล่มนี ที่อยากจะระบายความทรงจำของฉันเก็บไว้ แต่รอก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับมาเขียนใหม่..
ป.ล. ขออนุญาตฝากคิดถึงไปให้ใครหลายคนที่ฉันรู้จัก ฉันรู้ดีกว่าบอกไปในนี้ก็คงไม่ถึง แต่อยากให้รู้ไว้ฉันคิดถึง เพราะความป๊อดของฉันทำให้ได้เพียงแต่บอกคิดถึงผ่านตัวอักษร ผ่านเว็บนี้ แต่คิดถึงจริงๆนะเว้ย 

Comment

Comment:

Tweet